วัฒนธรรมการเชียร์

กีฬาแต่ละชนิดมีลักษณะของผู้ชม ในสนามแข่งขันแตกต่างกันไป

บางชนิดกีฬา เราจะได้ยินผู้ชมเปล่งตะโกนเต็มเสียง สนุกสนานเฮฮา บางชนิดที่นักกีฬาต้องมีสมาธิในการเล่นอย่าง กอล์ฟ สนุกเกอร์ ผู้ชมจะต้องเงียบตามจังหวะการเล่น สิ่งเหล่านี้ขึ้นกับวัฒนธรรม หรือธรรมเนียมของแต่ละชนิดกีฬา นอกจากนี้วัฒนธรรมการเชียร์ยังแตกต่างกันตามประเทศหรือภูมิภาคของโลก บางทีชนิดกีฬาเดียวกัน แต่มีวัฒนธรรมการเชียร์แตกต่างกันก็มี

ในวงการฟุตบอลยุโรป แต่ละประเทศยังแตกต่างกันออกไป ทำไมบางประเทศมีฮูลิแกน บางประเทศไม่มี ความคึกคะนอง ความเมาไม่มีสติ อาจจะแตกต่างกัน แต่สิ่งสำคัญก็คือ วัฒนธรรมแต่ละชาติที่ไม่เหมือนกัน คนฟินแลนด์หรือนอร์เวย์ คงไม่ตีกันเพราะดูฟุตบอล แต่รัสเซียกับสหราชอณาจักร มีเรื่องได้ตลอด บรรยากาศการดูในสนามก็ต่างกันครับ ประเทศที่เชียร์ดุเดือดหน่อย ก็อาจมีเรื่อง กระทบกระทั่งกันได้ง่ายกว่า

อิตาลี ก็เป็นอีกชาติที่ไม่เหมือนใคร มีจุดพลุ ประทัด มากมาย หลายคนอาจมองว่าเถื่อน แต่จริงๆ เขาทำมานานจนเป็นวัฒนธรรมอย่างหนึ่งแล้ว พวกอิตาเลียนก็ไม่เหมือนใคร คนที่เคยไปดูนัดสำคัญที่นั่น ตรึงตากับบรรยากาศทุกคน เพราะแสดงออกกันมันมาก

ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะเสาร์ที่ผ่านมา มีประเด็นจุดพลุในสนาม ผมนั่งดูการถ่ายทอดสด ก็รู้เลยว่าประเด็นนี้ยาวแน่ ไม่ใช่ไม่เคยมีนะครับ เคยมีอยู่ แต่นี่มันนัดชิงแชมป์ฟุตบอลแห่งชาติอาเซียน องค์กรที่กำกับวงการฟุตบอลนานาชาติทุกระดับ เขาเข้มงวดมาก พวกแฟนฟุตบอลที่ทำก็คงโดนลงโทษกันตามสมควรแน่ ฟุตบอลไทยเองก็ต้องโดนเหมือนกัน ซึ่งเป็นเรื่องสมควร

เพราะถ้าฝ่ายจัดการแข่งขันเข้มงวดจริงๆ ก็คงไม่หลุดรอดเข้าไปหรอก ขวดน้ำดื่มยังห้ามเอาเข้าได้ ทำไมพลุหลุดเข้าไปได้ อย่าลืมว่านัดแบบนี้ มีผู้ชมเกือบครึ่งแสน ถ้าการตรวจวัตถุอันตรายแบบนี้หละหลวม แล้วชีวิตแฟนฟุตบอลบริสุทธิ์คนอื่นจะเป็นยังไง ถ้ามีระเบิดหลุดไปลูกนึง ตูมขึ้นมาไม่อยากจะนึกภาพ

ฟุตบอลไทยยุคนี้เชียร์ต่างจากสมัยก่อนพอสมควร วิวัฒนาการดีขึ้นเป็นสากลในหลายๆด้าน ผู้ชมน่ารัก คงไว้ซึ่งความเป็นไทยด้วยวัฒนธรรมอันสวยงาม คนดูส่วนมากมีพัฒนาการในการชมกีฬา แต่ก็คงต้องพัฒนาต่อไป แม้แต่คนจุดพลุอาจไม่คิดว่าผลเสียจะมากขนาดนี้

ในเมอร์ซีย์ไซด์ ดาร์บี้ แมทช์ ของเมืองลิเวอร์พูล เมื่อ 3 วันก่อน ยังมีคนโยนพลุมาในสนามเลย จะให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่ง่ายกับการควบคุมฝูงชนขนาดนี้ แต่สิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดคือ การก่อการร้ายหรือมีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

ใ        นสหรัฐมีกีฬาอาชีพแข่งแทบทุกวัน กระจายแข่งทั่วประเทศ สนามในร่มอย่างบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ปริมาณผู้ชมแต่ละนัดเกือบสองหมื่นคน ส่วนกีฬากลางแจ้งอย่าง เอ็นเอฟแอล ก็ห้าหมื่นคนขึ้นไป เยอะมากครับ คนอมริกันมีวัฒนธรรมการดูกีฬาต่างจากยุโรป ไม่ค่อยมีเรื่องกัน การดูกีฬาเหมือนการไปดูหนังในโรงภาพยนตร์ เชียร์ทีมที่ชอบ พาครอบครัวไปดู ปาร์ตี้กันแบบเบาๆ สนุกสนาน และการรักษาความปลอดภัยในสนามสูงมาก เพราะทางการเขารู้ดีว่าในสนามกีฬา เป็นที่ซึ่งพวกผู้ก่อการร้ายเล็งใช้ก่อเหตุตลอดเวลา

ส่วนออสเตรเลียก็มีเอกลักษณ์การเชียร์กีฬาของตัวเอง คนดูแน่นสนาม สนุกสนาน ครื้นเครง ส่วนอเมริกาใต้กับแอฟริกา คนไทยเราอาจจะดูพวกเขาดิบๆ แต่นั่นเป็นวัฒนธรรมของเขา ที่ต่างกับชาติอื่น เขาก็มองพวกเราแปลกเหมือนกัน

วัฒนธรรมเปลี่ยนไปตามกาลเวลา การเชียร์กีฬาก็เหมือนกัน แต่สิ่งที่สำคัญคือความปลอดภัยของทุกฝ่าย พลุหรืออะไรก็ตามที่อาจทำให้เกิดอันตราย ไม่ควรเอาเข้าสนามกีฬาโดยเด็ดขาด การปลูกจิตสำนึกและมาตรการ ด้านความปลอดภัยในประเทศเราต้องดีกว่านี้ครับ

เรื่องนี้ถูกเขียนใน การพนัน, กีฬา, ข่าวสารทั่วไป, เกมส์ออนไลน์ และติดป้ายกำกับ , คั่นหน้า ลิงก์ถาวร